ปัญหาของบ้าน ช่วงหน้าฝน

ปัญหาของบ้าน ช่วงหน้าฝน

 

protect-home-from-rain

เมื่อถึงฤดูฝนครั้งใดเป็นไปได้ว่าปัญหาของบ้านที่ไม่เคยทราบมาก่อน เช่น การรั่วซึมของหลังคาหรือผนังบ้าน ก็จะปรากฏแสดงให้เห็นขึ้นมา ฝนจะเป็นตัวพิสูจน์สภาพบ้านของท่านว่าถึงเวลาที่ต้องมีการบำรุงรักษาแล้วหรือยัง

ในกรณีที่ซื้อบ้านหรือสร้างบ้านเสร็จก่อนเข้าฤดูฝน ก็จะยังไม่พบว่าตัวบ้านจะมีข้อบกพร่องอย่างไรบ้าง ตัวอย่างเช่น หลังคาบ้านรั่วหรือไม่ ประตู-หน้าต่างเมื่อเวลาฝนตกหนักมีน้ำซึมเข้าตามขอบวงกบหรือไม่

รวมถึงการระบายน้ำรอบบ้าน ท่อระบายน้ำสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่มาจากหลังคาได้หรือไม่ หรือเกิดการอุดตันของท่อระบายน้ำเนื่องจากสาเหตุระหว่างก่อสร้างมีเศษวัสดุสะสม และไม่ได้ทำการขนออกทำความสะอาดท่อระบาย

ดังนั้นฉบับประจำเดือนนี้ผมจึงขอเขียนเล่าถึงปัญหาที่อาจเกิดได้ในหน้าฝนครับ

ตัวอย่างปัญหาที่พบอยู่เป็นประจำที่สุดคือเรื่องหลังคารั่ว (บ้านของผู้เขียนเองก็เคยเกิดขึ้น) ลักษณะการรั่วของหลังคาในกรณีที่เป็นบ้านเดี่ยว และมีหลังคาทรงครอบลักษณะเอียงลาดในทิศทางด้านต่างๆ ซึ่งหลังคาลักษณะนี้เรียกว่าหลังคาทรงปั้นหยาครับ

และถ้าเป็นแบบเรียบง่ายที่สุดคือมีเชิงลาดทั้งสี่ด้านลักษณะครอบตัวบ้าน โดยไม่มีหน้าจั่วมาตัดด้านใดด้านหนึ่งของผืนหลังคา โอกาสของการรั่วก็จะน้อยมาก เนื่องจากมีแต่สันหลังคาไม่มีแผ่นหลังคาตัดบรรจบกัน ซึ่งถ้ามีจั่วหลังคาและแผ่นหลังคาตัดบรรจบกันจะมีร่องรางน้ำเกิดขึ้นเพื่อให้น้ำไหลลงตามรางได้ เรียกบริเวณดังกล่าวว่า “ตะเข้ราง”

แต่ถ้าเป็นสันหลังคามาชนกันและต้องมีครอบกระเบื้อง ภาษาทางช่างเรียกว่า “ตะเข้สัน” ครับ ซึ่งการรั่วซึมของตะเข้รางที่เกิดขึ้นคือฝนตกหนักมาก จนน้ำฝนล้นรางเพราะไหลไม่ทันและอาจเกิดสิ่งอุดตันราง

เช่น ในกรณีที่เคยเกิดกับบ้านผมคือมีนกมาทำรังที่ซอกของรางน้ำ และเศษของรังนกยังคงอยู่ ทำให้น้ำไหลได้ไม่สะดวกและล้นรางออกด้านข้างไหลลงสู่ฝ้าเพดานในที่สุด ต้องค้นหาสาเหตุให้พบและนำเศษรังนกไปทิ้ง ตามรูปแสดงบริเวณที่เรียกว่าตะเข้รางครับ

นอกจากนี้ยังอาจเกิดการรั่วได้ที่สันของหลังคาเนื่องจากอายุการใช้งาน ปูนที่ครอบสันหลังคาเกิดเสื่อมสภาพ มีรอยแตกร้าวหลุดล่อน ทำให้น้ำฝนที่ถูกลมพัดไหลย้อนขึ้นซึมเข้าตามรอยแตกได้เช่นกัน

ดังนั้นหากพบว่าบ้านท่านมีการการน้ำรั่วซึมจากหลังคาลงฝ้า ก็ต้องหาช่างมาสำรวจจุดที่ผมกล่าวถึงว่าเป็นสาเหตุหรือไม่

การรั่วซึมอีกเรื่องหนึ่งที่อาจนำไปสู่ความเสียหายได้อย่างคาดไม่ถึง คือการที่ระบบท่อระบายน้ำพื้นระเบียงชั้นสองหรือชั้นอื่นๆ ได้มีการต่อเชื่อมกับท่อระบายน้ำฝนจากหลังคา และท่อระบายน้ำฝนเกิดการอุดตันที่ปลายท่อด้านล่างจากเศษซากใบไม้และดิน จนน้ำฝนไหลไม่สะดวกและอุดตันในที่สุด

เมื่อฝนตกและน้ำฝนจากหลังคาไหลไม่ได้ก็จะทำให้น้ำไหลย้อนที่พื้นระเบียง เมื่อมีปริมาณมากก็จะท่วม และล้นเข้าในพื้นห้องจนนอง ซึ่งถ้าเป็นพื้นไม้ปาร์เกต์ก็ย่อมคาดเดาได้ว่าจะเสียหายมากเพียงใด

การป้องกันคือหมั่นสำรวจด้วยการราดน้ำที่ระเบียงแล้วดูว่าน้ำไหลได้อย่างสะดวกหรือไม่ ถ้าไม่ก็แสดงว่าท่อระบายน้ำฝนด้านล่างมีเศษวัสดุอุดตันแล้ว ควรต้องรีบแก้ไขก่อนที่จะเกิดความเสียหายครับ

บริเวณหน้าต่างก็มักเกิดการรั่วซึมได้ง่ายเนื่องจากฝนสาด วิธีแก้ปัญหาคือการสร้างหลังคาคลุมเหนือหน้าต่าง ซึ่งวัสดุที่นิยมใช้คือแผ่นพลานติกใส (Polycarbonate) พร้อมโครงสเตนเลส ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง หรืออาจใช้พวกแผ่นเมทัลชีทซึ่งอาจมีเสียงค่อนข้างดังเมื่อฝนตกกระทบ

เรื่องปัญหาของบ้านหน้าฝนที่ผมยกมากล่าวเป็นเพียงปัญหาส่วนหนึ่งที่มีโอกาสพบได้ง่ายเมื่อเข้าฤดูฝน ดังนั้นท่านเจ้าของบ้านที่มีบ้านซึ่งมีอายุการใช้งานมาพอสมควร ก็คงต้องเตรียมรับมือแต่เนิ่นๆ โดยจะต้องหมั่นสังเกตการณ์เพื่อป้องกันการเสียทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นได้ หรือเมื่อเกิดแล้วจะได้รีบแก้ไขได้ทันท่วงทีครับ

ขอบคุณความรู้จาก http://www.home.co.th/